MetroPoint
เมโทรพอยท์ โรงแรมในกรุงเทพฯฯ

 
 
หน้าแรก สถานที่ตั้งและสิ่งน่าสนใจ ห้องพัก ห้องอาหาร สิ่งอำนวยความสะดวก ห้องจัดเลี้ยงและสัมมนา แกลอรี่ภาพ เมโทรพอยท์ ติดต่อเรา
 
หน้าแรก > สถานที่ตั้งและสิ่งน่าสนใจ >สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ > พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
 
Bangkok Attractions
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

Grand Palace

ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัว พระองคไดทรงปูพื้นฐานงานพิพิธภัณฑสถานเปนปฐม เพราะทรงสนพระทัยเรื่อง ราวเกี่ยวกับประวัติศาสตรและโบราณคดี ตั้งแตยังทรงผนวช เมื่อเสด็จธุดงคไปตามหัวเมืองตางๆ ไดทอดพระเนตรโบราณสถาน โบราณวัตถุหลายสมัย จึงทรงรวบรวมโบราณวัตถุตางๆ ไวเมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัวเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราช สมบัติแลว ทรงจัดพิพิธภัณฑสถานสวนพระองคขึ้นเปนครั้งแรก ณ พระที่นั่งราชฤดี ตึกแบบฝรั่งที่ทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหสรางขึ้นขางพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยดานตะวันออก จัดเปนพิพิธภัณฑสถานสวนพระองค และโปรดเกลาฯ ใหราชอาคันตุกะคณะทูต ชาวตางประเทศไดเขาชมโบราณวัตถุ และศิลปวัตถุในโอกาสสำคัญ ซึ่งจัดไดวาเปนการเริ่มการจัดพิพิธภัณฑสถานขึ้นในราช อาณาจักรไทยนอกจากพระที่นั่งราชฤดีแลว พระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัวไดทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหสรางพระ อภิเนาวนิเวศนขึ้นดานหลังพระที่นั่งพุทไธสวรรยเมื่อ พ.ศ.๒๓๙๙ ซึ่งมีพระที่นั่งประพาสพิพิธภัณฑเปนพระที่นั่งขนาดใหญอยูหองหนึ่ง และทรงใชเปนที่จัดแสดงโบราณวัตถุและของแปลกประหลาดตาง ๆ ที่ยายมาจากพระที่นั่งราชฤดีโดยเฉพาะ จากการที่ ทรงสนพระราชหฤทัยในโบราณศิลปวัตถุเชนนี้ ทำใหบรรดาพระบรมวงศานุวงศ ขุนนางผูใหญและคหบดีทั่วไปสนใจไปดวยและม ีผูนำของโบราณขึ้นทูลเกลาฯ และนอมเกลาฯ ถวายอยูเสมอ ความรูทางประวัติศาสตรและโบราณคดี ตลอดจนขนบธรรมเนียม ประเพณีตาง ๆก็แพรหลายยิ่งขึ้น ดังไดพบพระราชนิพนธและพระบรมราชาธิบายของพระองค อยูจำนวนมาก และความรูนี้ยิ่งแพรหลายมากยิ่งขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๕ เพราะจากการที่พระองคเสด็จประพาสประเทศ ตาง ๆ ทั้งในเอเชียและยุโรปนั้น ทำใหพระองคทรงมีโอกาสเสด็จไปทอดพระเนตร พิพิธภัณฑสถานในประเทศนั้น ๆ ก็ทรงนำแบบ อยางการจัดพิพิธภัณฑสถานมาจัด ทำในประเทศไทยดวยเชนกัน อาทิ ทรงนำรูปแบบอาคารหอประชุมของทหารที่เมืองปตตาเวียมาสราง "หอคองคอเดีย" สำหรับเปนที่ประชุมทหารมหาดเล็กเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๗ ทรงโปรดฯ ใหยายศิลปวัตถุ โบราณวัตถุ จากพระที่นั่งประพาสพิพิธภัณฑ มาจัดแสดงในมิวเซียม (Museum) ณ หอคองคอเดีย และมีพิธีเปดหอมิวเซียมหรือ พิพิธภัณฑสถานหอคองคอเดีย ในวันเสาร เดือนสิบ ขึ้นเกาค่ำ ปจอ ฉอศก ซึ่งตรงกับวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๔๑๗ กรมศิลปากร จึงถือเอาวันที่ทรงประกอบพิธีเปดมิวเซียมเปนวันกำเนิดของพิพิธภัณฑสถานแหงชาติแหงแรกของราชอาณาจักรไทยซึ่งเปนพิพิธภัณฑสถานประเภททั่วไป

วันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๔๖๙ ไดมีประกาศพระราชบัญญัติจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร ตั้งแตวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๔๖๙ ก็มีประกาศตั้งราชบัณฑิตยสภาใหดูแลงานดานโบราณคดี วรรณคดี ศิลปากร และพิพิธภัณฑสถานแหงชาติสำหรับพระนคร โดยม ีสมเด็จพระบรมวงศเธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงดำรงตำแหนงนายกราชบัณฑิตยสภา การเปลี่ยนแปลงของการจัดแสดง ในพิพิธภัณฑสถานไดเริ่มตั้งแตในป พ.ศ. ๒๔๖๙ เมื่อสมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ และศาสตราจารยยอรช เซเดส ไดปรับปรุงการจัดแสดง ทำใหพิพิธภัณฑสถานเปลี่ยนจากพิพิธภัณฑสถานประเภททั่วไป เปนพิพิธภัณฑสถาน ที่รวบรวมสงวนรักษาโบราณศิลปวัตถุ ซึ่งเปนมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ นอกจากนี้ ในวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๔๖๙ รัฐบาลไดออกพระราชบัญญัติวาดวยการสงโบราณวัตถุและศิลปวัตถุออกนอกประเทศ ซึ่งเปนพระราชบัญญัติปองกันการลักลอบนำโบราณ วัตถุและศิลปวัตถุอันเปน หลักฐานที่สำคัญทางโบราณคดีและประวัติศาสตรออกนอกประเทศ โดยกำหนดใหผูจะนำตองไดรับ อนุมัติจากราชบัณฑิตยสภากอนพระบาทสมเด็จพระปกเกลาเจาอยูหัว ไดเสด็จพระราชดำเนินทรงเปด "พิพิธภัณฑสถานสำหรับ พระนคร" ในวันประกอบพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา คือวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๔๖๙ ดวยพระองคเอง พรอมดวยสมเด็จ พระนางเจารำไพพรรณี พระราชินี ตอมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕ แลวใน พ.ศ.๒๔๗๖ รัฐบาลไดจัดตั้งกรมศิลปากรขึ้น สังกัดกระทรวงธรรมการ มีกองพิพิธภัณฑและโบราณคดีดวยกองหนึ่งที่สังกัดกรมศิลปากร ตอมากองนี้ไดเปลี่ยนชื่อใหมเพื่อใหเหมาะสมกับการปฏิบัติงานในสมัยนั้น เปนกองพิพิธภัณฑและโบราณวัตถุ จากนั้นไดเปลี่ยนอีกครั้งเปน "กองโบราณคดี" โดยมีหนาที่ดำเนินงานพิพิธภัณฑสถาน และดูแลโบราณสถานทั่วพระราชอาณาจักร พ.ศ.๒๔๗๗ ไดมีการเปลี่ยนชื่อพิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร เปนพิพิธภัณฑสถานแหงชาติสำหรับพระนคร พ.ศ.๒๔๗๘ ตราพระราชบัญญัติวาดวยโบราณสถาน ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแหงชาติ พ.ศ.๒๔๗๗ ซึ่งไดมีการปรับปรุงอีกเปน "พระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔ " ใหพิพิธภัณฑสถานแหงชาติทุกแหงอยูในความควบคุมดูแลของกอง โบราณคดี กรมศิลปากร กระทรวงศึกษาธิการ ตอมา มีพระราชกฤษฏีกาแบงสวนราชการกรมศิลปากร กระทรวงศึกษาธิ การพุทธศักราช ๒๕๑๘ ใหจัดตั้งกองพิพิธภัณฑสถานแหงชาติขึ้นใหม โดยแยกออกจากกองโบราณคดี ใหมีหนาที่รับผิดชอบ เฉพาะงานพิพิธภัณฑสถานแหงชาติพ.ศ. ๒๕๓๘ ไดมีพระราชกฤษฏีกาการแบงสวนราชการของกรมศิลปากร กระทรวงศึกษา ธิการ ขึ้นโดยรวมเอากองโบราณคดีและกองพิพิธภัณฑสถานแหงชาติเขาดวยกัน เปนหนวยงานใหมคือ " สำนักโบราณคดีและ พิพิธภัณฑสถานแหงชาติ " ในป พ.ศ. ๒๕๔๕ ไดมีพระราชกฤษฏีกาการแบงสวนราชการของกระทรวง ทบวง กรมตางๆ ขึ้น โดย สำนักพิพิธภัณฑสถานแหงชาติไดแยกออกมาจากสำนักโบราณคดี เปน "สำนักพิพิธภัณฑสถานแหงชาติ" ขึ้นตรงตอกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ในปจจุบัน

 
Check-in Date Check In Date
Occupants per Room
Nights Adults Child Infant
  (3 - 11 year) (0 - 2 year)
 
Picture Gallery
Picture Gallery
 
Booking
 
Promotion
 
 
 
  หน้าแรก l สถานที่ตั้งและสิ่งน่าสนใจ l ห้องพัก l ห้องอาหาร l สิ่งอำนวยความสะดวก l ห้องจัดเลี้ยงและสัมมนา l แกลอรี่ภาพ l เมโทรพอยท์ l ติดต่อเรา